Jason Mraz เจ้าของเพลงฮิต I’m Yours ซิงเกิ้ลที่สร้างสถิติเพลงที่ติดอันดับบิลบอร์ดยาวนานที่สุดในรอบ 51 ปี คือ 76 สัปดาห์ พร้อมยอดขายถล่มทลายทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยแซง Madonna เบอร์ 1 ของค่าย เช่นเดียวกับที่ยอดดาวน์โหลดของเพลงนี้พุ่งถึงหลักล้าน หลังจากแคนเซิ่ลคอนเสิร์ตไปเพราะน้ำท่วม ประจวบเหมาะกับการเดินสายโปรโมทอัลบั้ม Jason Mraz จึงพร้อมแล้วกับอัลบั้มใหม่ที่จะพาคุณเดินทางไปสัมผัสชีวิตและความรักในแง่มุมต่างๆ ด้วยความอบอุ่นและลึกซึ้งมากกว่าครั้งไหนๆ จากผลงานที่ผ่านมาและคอนเสิร์ตครั้งแรกในไทยที่อิมแพคอารีน่า
Jason Mraz Live in Thailand Date: 16th June 2012 (Saturday) Venue: Impact Arena, Bangkok
Love Is A Four Letter Word อัลบั้มล่าสุดที่เปรียบได้กับการก้าวไปอีกขั้นของ Jason Mraz ไม่หลังความสำเร็จของซิงเกิ้ล I’m Yours, Lucky ผลงานเพลงที่ฟังได้ทั้งอัลบั้มถูกใจแฟนๆ รางวัลแกรมมี่ และการออกทัวร์ตลอด 2 ปีกับอัลบั้ม We Sing. We Dance. We Steal Things ทุกอย่างที่เดินทางผ่านมาในช่วงอัลบั้มนี้ ทำให้ Jason Mraz รู้สึกว่าความสำเร็จที่ได้รับ ทำให้เขาสามารถทำอะไรเพื่อคนอื่นได้ จึงเกิดความคิดต่อยอดว่า จะทำอย่างไรที่จะส่งต่อความรักไปยังคนอื่นๆ
ความรักที่ในบทเพลงจึงไม่ใช่แค่ความรักของหนุ่มสาว แต่มันคือความรู้สึกยิ่งใหญ่ที่ผลักดันให้คนก้าวไปข้างหน้า ให้คนเราได้เกิดแรงบันดาลใจ เรียนรู้และอยู่ร่วมกันอย่างที่เป็น เช่นที่เขียนไว้อย่างกินใจในเนื้อเพลงซิงเกิ้ลแรกของอัลบั้มชุดล่าสุดนี้ I Won’t Give Up
Fun อินดี้พ็อพร็อคชื่อมาแปลก เจ้าของอันดับ 1 บิลบอร์ด กับซิงเกิ้ลมาแรงแซงโค้งขึ้นอันดับ 1 อย่างชนิดที่ต้องเรียกว่าเซอร์ไพรส์"We Are Young" จากอัลบั้ม "Some Nights" ที่ได้ "Janelle Monae" มาร่วมร้องและพุ่งแรงจนฉุดไม่อยู่ หลังจากที่ "GLEE" ได้นำเพลงนี้ไปแสดงในรายการ และยังเป็นเพลงประกอบโฆษณา Chevy Sonic Super Bowl Commercial อีกด้วย
3 หนุ่ม Nate Ruess, Andrew Dost, Jack Antonoff นับได้ว่าเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงในชาร์ตล่าสุด สร้างสถิติกลายเป็น วงร็อควงแรกที่ขึ้นอันดับ 1 Billboard Hot 100 นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา โดยมีเพลง "Viva La Vida" ของ Coldplay ได้บุคสถิตินี้ไว้ หนุ่มๆ จากนิวยอร์ก ประสบความสำเร็จสูงสุดจากการเปิดตัวอัลบั้มที่ 2 ชุดนี้ด้วยซิงเกิ้ลแรก We Are Young เช่นเดียวกับเป็นอันดับ 1 ยอดดาวน์โหลดใน iTunes Chart อัลบั้ม Some Nights ของพวกเขาจึงได้รับความสนใจขึ้นมาทันที
นี่คืออัลบั้มที่ใช้เวลาทำ 9 เดือน หลังจากมีเพลงที่เขียนรอสำหรับอัลบั้มใหม่ต่อจากงานแรกที่ออกในฐานะศิลปินอินดี้ โปรดิวซ์โดย Jess Bhasker ที่สร้างผลงานได้รับคำชมนับไม่ถ้วนจากการทำงานให้กับ Kanye West, Beyonce, Bruno Mars, Lana Del Rey, Alicia Keys ฯลฯ บวกกับฝีมือไม่ธรรมดาของพวกเค้า Some Nights จึงออกมาเป็นอัลบั้มที่ผสมผสานป็อปเข้ากับร็อคและฮิปฮอปอย่างลงตัว อีกทั้งยังมีเอกลักษณ์ด้วยเรนจ์เสียงร้องที่กว้าง คมชัด และทรงพลังของ Nate Ruess นักร้องนำ โดย Rolling Stone ได้ให้คำจำกัดความถึงพวกเค้าว่า "Classic bubble-pop tunefulness with rococo rock & roll" ~
ว่าแล้วก็ต้องมาลุ้นว่า "We Are Young" จะเป็นได้แค่ one hit wonder ของพวกเค้าหรือเปล่า น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง
Norah Jones ไม่ได้เป็นเพียงแค่สาวป็อปแจ็ซมากฝีมือที่ได้รับรางวัลแกรมมี่และรางวัลอื่นๆ อีกนับถ้วน เธอยังมีความหลงใหลในดนตรีโฟล์กและคันทรี่ย์จนก่อตั้งวง The Little Willies ขึ้นกับเพื่อนสนิท ลี อเล็กซานเดอร์ (เบส) จิม แคมปิลองโก (กีต้าร์) ริชาร์ด จูเลียน (กีต้าร์, ร้อง) ละแดน รีเซอร์ (กลอง) ในปี 2003 เพื่อเล่นดนตรีที่ร้านลิฟวิ่ง รูม ย่านโลวเออร์ อีสต์ไซด์ของนิวยอร์กตามความชอบส่วนตัวอีกด้าน กระทั่งประสบความสำเร็จและได้วางอัลบั้มแรกชื่อเดียวกับวงต่อมาในปี 2006
ทิ้งช่วงไปเกือบ 6 ปี โดย Norah Johns เข้าสู่งานเดี่ยว The Little Willies ก็กลับมาพร้อมผลงานใหม่ชุดที่ 2 ‘For The Good Times’ ที่รวบรวมเอาเพลงเด็ดเพลงดังที่พวกเขาเล่นในลิฟวิ่งรูมและได้รับเสียงตอบรับดีเยี่ยมมาบันทึกเสียงเป็นเรื่องเป็นราว โดยบทเพลงต่างๆ ล้วนเป็นงานคลาสสิกของศิลปินโฟล์กและคันทรี่ย์ระดับตำนาน มีอารมณ์เพลงที่แตกต่าง แต่ก็เป็นเพลงที่พวกเขาชื่นชอบและเติบโตมาด้วยตั้งแต่เด็ก อาทิ Permanently Lonely ของวิลลี่ เนลสัน , Fist City ของลอเรตต้า ลีน หรือจะเป็นเพลงขวัญใจนักบิดหกล้อขึ้นอย่าง Diesel Smoke, Dangerous Curves กับ Foul Owl on the Prowl จากภาพยนตร์ In the Heat of the Night (1967)
นอกจากนั้นยังมีเพลงฮิตที่ไม่เพียงเป็นที่รู้จักในหมู่นักฟังเพลงโฟล์กหรือคันทรี่ย์ เช่น Jolene จากเสียงร้องต้นฉบับ Dolly Parton ที่ถูกนักดนตรีนำไปคัฟเวอร์ใหม่ในหลายแนวเพลง รวมถึงไตเติ้ลแทร็ค For The Good Times ที่ฮิตมาแล้วทั้งในเวอร์ชั่นของเรย์ ไพรซ์ และอัล กรีน พิเศษสุดกับ Tommy Rockwood เพลงที่จิม แคมปิลองโก สมาชิกของวง The Little Willies แต่งเพื่ออัลบั้มนี้โดยเฉพาะ ใครที่ชื่นชอบอัลบั้มแรกของพวกเขา และงานอื่นๆ ของ Norah Jones ที่มาพร้อมความสนุกสนานและเย็นสบายสไตล์อเมริกันมิวสิค ย่อมไม่พลาดอัลบั้มนี้ by : Warner Music
เจ้าของเพลง You Need Me, I Don't Need You ที่หลายคนชอบ และอยากรู้จัก Ed Sheeran (เอ๊ด ชีแรน) หนุ่มน้อยจากซัฟโฟล์ก ประเทศอังกฤษ สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับวงการเพลงบ้านเกิดตัวมาจนถึงอเมริกาด้วยดนตรีลูกผสมหลากสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นอะคูสติก ป็อป ร็อค หรือฮิพฮอพ “The A Team” ซิงเกิ้ลแรกที่ออกมาเมื่อกลางปี 2011 ขึ้นถึงอันดับ 3 ใน UK. พร้อมเรื่องราวสะท้อนสังคม เพลงนี้นี่เองที่ทำให้ Ed Sheeran ถูกจับตามองในฐานะศิลปินมือฉกาจรุ่นใหม่ในวงการเลยทีเดียว
ก่อนหน้านั้น Ed มี EP ชุดแรกตอนอายุได้ 14 ตามด้วยอัลบั้มเต็ม 2 ชุด อีก 2 ปีต่อมาจนถึงปี 2009 เขาขึ้นแสดงสดมาแล้วมากกว่า 300 ครั้ง ตามด้วยผลงานกับสังกัดเพลงนอกกระแสอีกมากมายนับไม่ถ้วน ก่อนจะมาเซ็นสัญญากับบริษัทใหญ่ในอเมริกา Atlantic Records และวางจำหน่ายอัลบั้มเต็มเรียกสั้นๆ ว่า + (Plus)
Edเปิดตัวด้วย The A Team (Top 10 นาน 11 สัปดาห์ติดกัน) และซิงเกิ้ลที่ 2 You Need Me, I Don’t Need You ที่แรงอย่างต่อเนื่องส่งให้ + ขึ้นอันดับ 1 UK.ทันทีในสัปดาห์แรกที่วางจำหน่าย ด้วยยอดขายกว่าแสนชุด อัลบั้มโปรดิวซ์โดยเจค กอสลิ่ง ผู้เคยทำงานรีมิกซ์ดีๆ ให้กับ Lady Gag, Timbaland, Keri Hilson, Nelly Furtado ฯลฯ
ซิงเกิ้ลที่ 3 Lego House พร้อมเอมวีนำแสดงโดยรูเพิร์ต กรินต์ หรือ รอน วีสลีย์ จาก Harry Potter มาร่วมเป็นกำลังใจให้หนุ่มหัวแดงคนเก่งคนใหม่ของวงการใน + (Deluxe Edition) ที่มีซีดีโบนัสมาพร้อมเพลงพิเศษอีก 4 เพลง จุใจกว่าสำหรับแฟนเพลงชาวไทยเท่านั้น
หลังจากนั้นอีก 3 ปีต่อมา เคธี่ ฮัดสัน ได้ร่วมบันทึกเสียงกับโปรดิวเซอร์ชื่อดัง The Matrix ที่เคยทำเพลงให้กับ Britney Spears มาแล้วอยู่ช่วงนึงแต่บทเพลงเหล่านั้นไม่เคยถูกนำไปวางจำหน่าย ส่งผลให้ เคธี่ ฮัดสัน ต้องใช้เวลาอีกถึง 2 ปีในการส่งเพลงไปให้ค่ายต่างๆพิจารณาก่อนที่ได้เซ็นสัญญากับค่าย Capital Music Group ในปี 2007 ที่เปลี่ยนชื่อเธอเป็น Katy Perry เพราะดูป็อปกว่า โดย Ur So Gay เป็นซิงเกิ้ลแรกที่ปล่อยออกมาแต่ก็ยังคงไม่ประสบความสำเร็จแต่เธอก็ยังคงทำเพลงต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ และความ มุมานะของ Katy Perry ก็ได้รับกาตอบแทนจากเพลง I Kissed a Girl ที่กลายเป็นเพลงป็อปที่ฮิตที่สุดเพลงหนึ่งของปี 2008 ก่อนที่เธอจะตอกย้ำความสำเร็จด้วย ซิงเกิ้ลที่สอง Hot n Cold และหลังจากนั้นชื่อของ Katy Perry ก็กลายเป็นชื่อของศิลปินสาวที่ทุกคนต้องรู้จัก
อีก 2 ปีต่อมา Teenage Dream สตูดิโออัลบั้มชุดที่ 2 ของเธอก็วางจำหน่ายในเดือน สิงหาคม ปี 2010 โดยงานเพลงชุดนี้ฮ็อตฮิตแบบข้ามปีและแทบทุกเพลงในอัลบั้มกลายเป็นเพลงฮิตไม่ว่าจะเป็น California Gurls, Teenage Dream, Firework, E.T. และล่าสุดกับซิงเกิ้ลฮิต Last Friday Night (T.G.I.F.) ซึ่งซิงเกิ้ลทั้ง 5 เพลงสามารถสร้างสถิติครั้งสำคัญด้วยการขึ้นถึงอันดับ 1 บนบิลบอร์ดชาร์ท ได้ ส่งผลให้เธอเป็นศิลปินหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์ที่มีเพลงฮิตจากอัลบั้มชุดเดียวที่ขึ้นถึงอันดับ 1 ถึง 5 เพลงเท่ากับราชาเพลงป็อป Michael Jackson จากอัลบั้มชุด Bad
เคธี่ เพอร์รี่ย์ เริ่มก้าวเข้าสู่ตำแหน่งราชินีเพลงป็อปคนใหม่ไปทีละน้อย โดยล่าสุดนิตยสาร Rolling Stone ได้โหวตให้เธอติดอยู่ในอันดับที่ 7 ของโพลล์ในหัวข้อ Queen of Pop ส่วนจะใช้เวลาอีกกี่ปีกว่าจะถึงอันดับที่ 1 นั้น ต้องติดตามชมกันต่อไป
John & Edward แฝดดูโอ pop-hip hop จากไอริช วัย 20 ที่มาพร้อมผมบลอนด์เปิดเหน้าผากชี้พุ่งอันเป็นเอกลักษณ์ สร้างกระแสฟีเว่อร์ ทั้งเครซี่ และมีคนเมล์มาด่า ในรายการแจ้งเกิด X Factor ปี 2009 ซีซั่น 6 ปัจจุบันเป็นเด็กปั้นของ Louis Walsh
หลังจากทิ้งท้ายไว้ด้วยอัลบั้ม The Quilt เมื่อปี 2008 พร้อมกระแสข่าวลือถึงการแยกวงและความสำเร็จ ในฐานะศิลปินเดี่ยวของ Travis McCoy (ทราวี่ แม็คคอย) แจ้งเกิดคู่กับ Bruno Mars ไปไกลในเพลง “Billionaire”
วันนี้ Gym Class Heroes กลับมาพร้อมผองเพื่อนสมาชิกเต็มวงอีกครั้งกับงานใหม่ The Papercut Chronicles Part II งานเพลงที่จะทำให้คอฮิพฮอพโยกไม่หยุด ภาคต่ออัลบั้มชื่อเดียวกันเมื่อปี 2005 ที่มาพร้อมเนื้อหาที่เต็มไปด้วยเรื่องราว ความรัก และมุมมองชีวิต ซึ่ง Gym Class Heroes ได้ให้แง่คิดเอาไว้เพียบ
เปิดตัวด้วยซิงเกิ้ลแรก “Stereo Hearts” (#4US., #3UK) ที่ได้แขกรับเชิญคนพิเศษมาสร้างท่อนฮุคติดหูที่จะทำให้คอเพลงพ็อพเปิดใจรับพวกเค้าได้ไม่ยากกับ Adam Levine หนุ่มฮ็อตจาก Maroon 5ที่กำลังไปได้ดีกับกระแส featuring เรียกได้ว่ากระแสความฮ็อตของซิงเกิ้ลนี้ติด Top 5 ชาร์ตหลักๆทั่วโลก และกำลังไต่อันดับอย่างรวดเร็วในคลื่นวิทยุบ้านเรา ตามติดด้วยซิงเกิ้ลที่ 2 “Life Goes On” ที่ได้เสียงเพราะๆ ของสาว Oh Land มาเพิ่มสีสันตอกย้ำให้เพลงนี้ได้รับการขนานนามให้เป็นเพลงเออร์บันสายเมนสตรีมที่ให้คุณค่ากับชีวิตมากที่สุดเพลงหนึ่ง
"Cupid's Chokehold" (featuring Patrick Stump) คือซิงเกิ้ลที่ทำอันดับได้สูงสุดในบิลบอร์ดของ Gym Class Heroes เมื่อปี 2005 เทียบเท่า “Stereo Hearts” นอกนั้นไม่เข้า Top 20 และมีเพลงติดชาร์ตใน Top 10 UK. 4 เพลง
วงหน้าใหม่ที่พาซิงเกิ้ลแรก “Pumped Up Kicks” เพลงที่โด่นเด่นและติดหูครั้งแรกที่ฟัง หลุดเข้าชาร์ตอันดับ #3 Billboard Hot 100 หลังจากที่ไปคว้าอันดับ 1 ชาร์ท Alternative Songs นานถึง 7 สัปดาห์! ด้วยยอดขายกว่า 1 ล้านซิงเกิ้ล และได้รับคำชื่นชมจากนักวิจารณ์มากมาย รวมถึงสร้างสถิติต่อจาก King of Lion "Use of Somebody" เมื่อปี 2009 ที่สามารถพาเพลงอัลเทอเนทีฟสไตล์นี้เข้า Top5 Billboard Hot 1oo แบบชนิดที่คอเพลงตามชาร์ตบิลบอร์ดต้องเซอร์ไพรส์
“The soon-to-be-summer-anthem” – NME
“…Outrageously catchy…” – The Guardian
“…Pumped Up Kicks, one of this summer's biggest breakouts...“ USA Today
“...Foster The People are a fresh evolution of modern music” -NME
Foster The People คือวงทริโอจากอเมริกา ประกอบไปด้วย
Mark Foster (ร้องนำ-คีย์บอร์ด), Cubbie Fink (เบส) และ Mark Pontius (กลอง)
ฟอร์มวงในปี 2009 โดยหนุ่ม Mark Foster แกนนำของวงนั้น เดิมใช้ชื่อวงว่า Foster & the People แต่คนฟังมักได้ยินเป็น "Foster the People" ทุกทีก็เลยได้ชื่อนี้มา
ชื่อของ LMFAO นั่นคือคำย่อของ Laughing My Fucking Ass Off พวกเขาเริ่มรวมตัวและปรากฏตัวตามคลับต่างๆมาตั้งแต่ปี 2006 ก่อนที่จะเป็นเข้าตา Will.I.Am แห่งวง The Black Eyed Peas และได้ชักชวน LMFAO ให้เข้ามาเซ็นสัญญากับ Cherry Tree Recods/Interscope Records ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ในอเมริกาภายใต้การบริหารของยูนิเวอร์ซัล มิวสิค ที่มีเพื่อนร่วมค่ายอย่าง Lady Gaga, Far East Movement
อัลบั้มแรกที่ได้ออกกับ Interscope นั้นใช้ชื่อว่า Sorry For party Rocking ซึ่ง Redfoo อธิบายว่ามันเป็นเหมือนคำแก้ตัวของคนที่กำลังสนุก เขายกตัวอย่างให้ฟังว่า สมมติว่าพ่อแม่เริ่มต่อว่าเรื่องเสียงที่ดังสุดในยามค่ำคืน Sorry For Party Rocking นี่แหละคือคำแก้ตัวที่ดีที่สุด
ซิงเกิ้ล Party Rock Anthem เป็นซิงเกิลเปิดตัว พวกเขาต้องการสร้างเพลงที่จะติดไปอยู่กับทุกๆผับด้วยเมโลดี้ที่สุดจะติดหู ซึ่งเพลงนี้ก็ก็เป็นอย่างนั้นจริงๆหลังจากขึ้นไปถึงอันดับ 1 บน iTunes Chart ใน 7 ประเทศทั่วโลก และจนในที่สุด เพลง Party Rock Anthem ก็ขึ้นมาถึงอันดับ 1 บน Billboard Chart อยู่หลายวีค
ในส่วนของมิวสิควีดีโอก็แรงและน่าสนใจไม่แพ้กันหลังจากยอดชมใน Youtube ไปถึง 20ล้านในสองเดือนแรก และปัจจุบันยอดชมของมิวสิควีดีโอเพลงนี้ก็จ่อระดับ 150 ล้านเข้าไปแล้ว โดยที่มิวสิควีดีโอเพลงนี้ถ่ายทำที่ Paramount Studios โดยได้จำลองใจกลางเมือง New York ขึ้นมา ซึ่งทั้งสองหนุ่มกล่าวว่าพวกเขาได้รับแรงบันดาลใจจากมิวสิควีดีโอเพลง Thriller ของ Michael Jackson มาเต็มๆ
สำหรับในบ้านเรา เพลง Party Rock Anthem ก็ได้ระบาดไปทั่วทุกหนทุกแห่ง ทั้งในคลื่นวิทยุ ทีวี ไปจนถึงผับชื่อดังที่เรียกได้ว่าหากที่ไหนไม่เปิดเพลงนี้ ถือว่าตกเทรนด์สุดๆ ทั้งคู่กล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่าพวกเขาหลงรักเสน่ห์ของการปาร์ตี้ยามค่ำคืน ต่อยอดมาทำให้พวกเขาเริ่มที่จะต้องการสร้างสิ่งต่างๆเพื่อให้ผู้คนในปาร์ตี้ได้สนุกสุดเหวี่ยงซึ่งสิ่งนั้นก็คือดนตรีนั่นเอง
จูบโชว์ล่าสุดที่งาน Teen Choice Awards 2011 ต้นเดือนสิงหาที่ผ่านมา
ด้วยความเป็นเด็กดิสนีย์ที่วัยเริ่มเข้าที่ ในที่สุดต้นสั่งกัดก็ผลักเข้าสู่วงการเพลงขายวัยทวีนตามสูตรสำเร็จรุ่นพี่ โดยสถาปนาวง Selena Gomez & The Scene ขึ้นมาในปี 2009 ซึ่งแน่นอนว่ากลุ่มเป้าหมายก็คือเด็กไปจนถึงวัยรุ่นตอนต้นน่ะเองโดยออกมาแล้วถึง 3 อัลบั้ม Kiss&Tell (2009), A Year Without Rain (2010) และล่าสุดสังกัดค่าย Hollywood Records กับ When The Sun Goes Down ที่เพิ่งวางแผงไปสดๆ ร้อนๆ โดยมีซิงเกิ้ลเปิดตัวที่นับได้ว่าสร้างชื่อให้เธอที่สุดคือ "Who Says" (#21 US)และต่อด้วย "Love You Like A Love Song" (#35US.) Pop- Up-tempo ฟังกันเพลิน ฮุคติดหู และที่เจ๋งก็คือมีเพลงที่เจ้าหญิงเพลงพ็อพ Britney Spears มาร่วมแต่งให้ด้วยในแทร็คที่ชื่อ ‘Whiplash’
งานชุดนี้ได้เพื่อนพ้องร่วมวงการมาร่วมแจมมากมาย อาทิ John Legend, Trey Songz, Skylar Grey เปิดตัวด้วย The Show Goes On พาให้อัลบั้ม LASERS เข้าสู่ชาร์ตอันดับ 1 ในสัปดาห์แรกที่ออกวางขาย
ซิงเกิ้ลที่ 2 Words I Never Said (Featuring Skylar Grey) โปรดิวซ์โดย Alex da Kid ที่เคยโปรดิวซ์ Love The Way You Lie และที่ระแสดีกว่าก็ต้องซิงเกิ้ลล่าสุด Out Of My Head feat Trey Songz
เตรียมตัวให้พร้อมกับงานเพลงฮิพฮอพคุณภาพที่จะทำให้คุณเข้าใจว่า ทำไม Lupe Fiasco ถึงได้รับการยกย่องอย่างมากมายจากทั้งนักวิจารณ์และแฟนเพลงทั่วโลกวางขายแล้วในบ้านเราโดย Warner Music
บอยแบนด์ยังไม่แป้ก กระแสใครบอกจางหาย THE WANTED แรงกับซิงเกิ้ลล่าสุด GLAD YOU CAME อันดับ #1 UK. 2 สัปดาห์ติดต่อกัน
มาแรงอย่างต่อเนื่องจริงๆ สำหรับบอยแบนด์เลือดใหม่จากเกาะอังกฤษ The Wanted 5 หนุ่ม Max, Jay, Siva, Nathan และ Tom เปิดตัวกับซิงเกิ้ลสุดฮ็อต All Time Low ตามติดด้วย Lose My Mind มาตอนนี้ The Wanted สร้างประวัติศาสตร์ให้แก่วงการเพลงอีกครั้งกับซิงเกิ้ลใหม่ล่าสุด Glad You Came ที่ครองอันดับหนึ่งทุกชาร์ตของสหราชอาณาจักร ไม่ว่าจะเป็น UK Chart, Scotland Chart, Irish Chart รวมไปถึงชาร์ตฝั่งดิจิตัล iTunes Chart อย่างสวยงามแซงหน้าทั้ง Coldplay และ Beyonce ซึ่งหนุ่มๆปลาบปลื้มกับความสำเร็จนี้มากขนาดลงทุนอัดคลิปวีดีโอประกาศให้แฟนเพลงรู้ด้วยตัวเอง
Glad You Came ซิงเกิ้ลที่ทั้ง 5 หนุ่ม The Wanted ตั้งใจเป็นอย่างมากเพื่อที่จะต้อนรับช่วงฤดูร้อนของฝั่งอังกฤษ ด้วยท่วงทำนองและเนื้อร้องที่ค่อนข้างจะสนุกสนานและติดหู โดยได้โปรดิวเซอร์ผู้เชี่ยวชาญเพลงป๊อปอย่าง Steve Mac (The Saturdays, Boyzone, Ronan Keating) มาโปรดิวซ์ให้เช่นเคย และแน่นอนเมื่อส่วนผสมลงตัวเสียขนาดนี้ ความสุดยอดของ Steve Mac บวกกับความสามารถที่ล้นเหลือของทั้ง 5 หนุ่ม The Wanted แล้ว มันจึงออกมาสุดยอดและขึ้นถึงอันดับ 1 บน UK Chart ในสัปดาห์แรกที่เปิดตัวด้วยยอดขายกว่าแสนก๊อปปี้ ซึ่งแน่นอนว่าซิงเกิ้ล Glad You Came นี้ คือซิงเกิ้ลยอดฮิตประจำฤดูร้อนเลยทีเดียว
ในส่วนของ MV ก็ช่างได้บรรยากาศหน้าร้อนยกกองไปถ่ายทำไกลถึง Ibiza เกาะสวรรค์ของประเทศสเปน เรียกได้ว่าเมื่อชมมิวสิควีดีโอตัวนี้แล้วยิ่งทำให้อยากไปมีปาร์ตี้สนุกๆริมหาดสวยๆเข้าไปอีก ส่วนหนุ่มๆ The Wanted ก็ถอดเสื้อโชว์กล้ามเรียกเสียงกรี๊ดกันสุดฤทธิ์
โดยที่ Glad You Came จะอยู่ในอัลบั้มใหม่ล่าสุดของ The Wanted ที่มีแผนจะวางจำหน่ายในช่วงปลายปีนี้
**ดาวน์โหลดเพลงฮิตของ The Wanted กด *2488858 แล้วโทรออก**
Pitbull ออกอัลบั้มมาแล้วหลายอัลบั้ม เริ่มจาก ‘M.I.A.M.I. (Money Is A Major Issue)’ อัลบั้มแรกในปี 2004 ต่อด้วย El Mariel’ ปี 2006 และ ‘The Boatlift’ ปี 2007 จนมาถึงอัลบั้มที่ประกาศศักดาความเป็นแร็พเปอร์มาแรง และสร้างชื่อเสียงให้กับ Pitbull มากที่สุดนั่นก็คิอ ‘Rebelution’ อัลบั้มลำดับที่ 4 ทันทีที่ส่งซิงเกิ้ลแรก ‘Krazy’ ที่ได้ร่วมงานกับคู่หู Lil Jon อีกครั้ง ต่อด้วยซิงเกิ้ล 2 ‘I Know You Want Me (Calle Ocho)’ ซิงเกิ้ลที่ทำให้ชื่อ Pitbull กลายเป็นศิลปินที่น่าจับตามองทั่วโลกทันที อันดับ 1 ในหลายประเทศ รวมถึงอันดับ #2 .oบิลบอร์ด ตามติดด้วย ‘Hotel Room Service’ ซิงเกิ้ลที่ 3 ของอัลบั้ม ที่ได้ร่วมงานกับ Akon, T-Pain, Avery Storm, Trick Daddy, Kid Cudi รวมถึง Scarface มาเป็นแขกรับเชิญและยังได้รับเกียรติจาก Lil Jon และ The Neptunes มาร่วมโพรดิวซ์ให้ ตามติดมาด้วยอัลบั้มภาษาเสปนชุดแรก Armandoที่ release ในปี 2010 ที่มาพร้อมกับเพลงฮิตสะใจขาแด๊นซ์“Bon Bon” ซึ่งได้หยิบนำเพลงแด๊นซ์สุดฮิต We No Speak Americano ของ Yolanda Be Cool มา Sample และทำใหม่แน่นอนว่าบ้านเราสถานีวิทยุ เริ่มหยิบเพลงนี้มาเปิด ตอกย้ำกระแสะความแรงของ Pitbull นั่นเอง
ล่าสุด เจ้าพ่อเพลงคลับแดนซ์กลับมาอีกครั้งกับอัลบั้มล่าสุดปีนี้ที่ใช้ชื่อเก๋ๆว่า Planet Pit กลับมาครั้งนี้ไม่ได้ทำให้คอเพลงแด๊นซ์ผิดหวังเพราะ “Hey Baby (Drop It To The Floor)” ยังคงติดหูชวนฟังให้ขยับแข้งขยับขาเหมือนเดิม ตอกย้ำด้วยความแรงอันดับ 1 เพลงแรกของหนุ่มคนนี้กับ “Give Me Everything feat. Ne-Yo & Afrojack ในชาร์ตบิลบอร์ด
เรียกได้ว่าถ้าชั่วโมงนี้ใครบอกว่า Chris Brown และ Ne-Yo งานชุก คงต้องมาเจอกับดาวรุ่งพุ่งแรง ที่ฝากฝีมือร่วมแจมไว้ในเพลงฮิตมากมายของเพื่อนร่วมค่อนวงการไม่ว่าจะ ‘Shake’ - Yin Yang Twins, “Rabiosa” Shakira feat. Pitbull .DJ Got Us Falling In Love (Usher feat. Pitbull), I Like It (Enrique feat. Pitbull) และที่พีคสุดๆ ก็คือเครดิตร่วมสร้างสีสันความมันส์ให้กับสาว Jennifer Lopez กลับมาเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงในบิลบอร์ดชาร์ตอีกครั้งกับซิงเกิ้ลรีเทิร์น On The Floor
Recent Comments